ปรับความคิด เพื่อการเริ่มต้นใหม่

วิธีเริ่มต้นทำ ธุรกิจออนไลน์ : ปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณา
การเริ่มทำ ธุรกิจออนไลน์ ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่บางคนได้บอกไว้ คำว่า “ออนไลน์” เป็นแค่สถานที่ในการทำธุรกิจ แต่แนวคิดสำคัญที่คุณควรนำมาพิจารณาคือเรื่องของ “ธุรกิจ” หากคุณต้องการมีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ คุณควรพิจารณาสิ่งเหล่านี้เป็นอันดับแรก …

1. ตั้งเป้าหมาย คุณต้องมีความเข้าใจว่าคุณทำธุรกิจเพื่ออะไร และคุณต้องการอะไร หากคุณไม่มีเป้าหมายในการทำธุรกิจ คุณก็ไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จและไม่มีแรงกระตุ้นในการเอาชนะอุปสรรค

2. จัดการความเสี่ยง กำหนดงบประมาณที่คุณจะใช้ในการเริ่มทำธุรกิจและใช้งบประมาณที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด คุณควรเริ่มทำธุรกิจด้วยเงินของตัวเอง และไม่ควรยืมเงินมาทำธุรกิจ

3. เตรียมพร้อมเผชิญกับปัญหา เตรียมพร้อมด้านจิตใจในการเผชิญกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น คิดถึงปัญหาไว้ล่วงหน้าเสมอ (เช่น อัตราการแปลงสกุลเงินมีการเปลี่ยนแปลง, ไม่มีซัพพลายเออร์, ความต้องการสินค้าลดน้อยลง, การตรวจสอบภาษี เป็นต้น)

4. เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ก่อน เส้นทางการทำธุรกิจออนไลน์เปรียบได้กับการว่ายน้ำระยะทางไกล บริษัท Amazon ไม่ได้กลายเป็นบริษัทซื้อขายที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาภายในชั่วพริบตา การเริ่มต้นธุรกิจจากจุดเริ่มต้นจะช่วยให้คุณได้เรียนรู้โครงสร้างและกระบวนการทำงานของธุรกิจ

5. มุ่งมั่นพัฒนา ยิ่งคุณมีความรู้มากเท่าใดก็จะยิ่งเป็นผลดีต่อธุรกิจของคุณมากเท่านั้น ลองศึกษาเทรนด์ธุรกิจในปัจจุบัน, ศึกษาหาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ, และเข้าร่วมการอบรมเพื่อหาความรู้เพิ่มเติม

6. มุ่งมั่นทำงานเพื่ออนาคต พยายามทำให้ลูกค้าของคุณมาใช้บริการธุรกิจของคุณจากคำแนะนำของคนอื่น ๆ แต่เหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผลิตภัณฑ์และบริการของคุณมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องเท่านั้น หากคุณต้องการให้ธุรกิจ “ประสบความสำเร็จ” ตั้งแต่เริ่ม คุณก็ไม่ควรทำธุรกิจออนไลน์

7. อย่าหมดหวัง คุณอาจจะพบว่าตัวเองเริ่มไม่สนใจทำธุรกิจ หรือธุรกิจอาจไม่เติบโตตามที่คาดไว้ หรือคุณอาจคิดว่าการเป็นลูกจ้างทำให้คุณรู้สึกสบายใจมากกว่าการทำธุรกิจที่มีความเสี่ยง คุณต้องระลึกถึงความจริงเหล่านี้ไว้และเปลี่ยนความคิดของคุณ รวมทั้งคิดถึงอุปสรรคเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า

ทำการตลาด

ข้อดีของการทำธุรกิจออนไลน์

ข้อดีของ ธุรกิจออนไลน์
1.ไม่ต้องมีหน้าร้านก็ทำได้เพราะ ธุรกิจออนไลน์ เป็นการเปิดกว้างในการขาย เพียงแค่สร้างแฟนเพจ เว็บไซต์ หรือเปิดร้านค้าออนไลน์ขึ้นมา ก็สามารถนำสินค้ามาขายได้ทันที ซึ่งตัวสินค้าที่นำมาขายนั้นก็อาจจะเป็นตัวสินค้าที่มีสต็อกจริงๆ หรือเป็นการขายในรูปแบบตัวแทนที่ไม่ต้องมีหน้าร้าน โดยหากต้องการให้ธุรกิจออนไลน์ของเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอย่างรวดเร็ว ก็แค่ทำ SEO (Search Engine Optimization) เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Search Engine ต่างๆ เช่น Google, Bing, Yahoo

2.ประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะไม่มีค่าเช่าร้านค้า ค่าเช่าพื้นที่ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปหาลูกค้า หรือค่าสินค้าที่จะนำมาสต็อกไว้ขาย การทำธุรกิจออนไลน์นั้นมีร้านค้าฟรี แฟนเพจฟรี ให้สามารถเปิดขายได้ง่าย แค่มีอินเทอร์เน็ตเท่านั้น

3.เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ทั่วโลกเพราะบนโลกออนไลน์เราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้แบบทั่วโลก แค่มีความรู้ในด้านภาษาเล็กน้อย นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อพูดคุยกับลูกค้าได้ง่ายๆ ผ่านทางโซเชียล อย่างเช่น Line, Facebook และ IG ที่สามารถเข้าถึงได้หลายประเทศ

4.สร้างแบรนด์ของตัวเองได้คนส่วนใหญ่มักจะใช้อินเทอร์เน็ตจนเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิต การขายสินค้าโดยสร้างแบรนด์ของตัวเองบนธุรกิจออนไลน์ จึงทำให้มีผู้คนรู้จักและจดจำแบรนด์ได้ง่ายขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่ายในการโปรโมทแบรนด์ได้มากกว่าเดิม

5.ทำได้ทุกที่ทุกเวลาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถทำธุรกิจออนไลน์ อัพโหลดสินค้า พูดคุยตอบโต้กับลูกค้าได้ตลอด เพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ อาชีพนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการสร้างรายได้เสริม เพราะถึงแม้ว่าจะทำงานประจำ ก็สามารถสร้างรายได้จากธุรกิจออนไลน์ได้ตลอดเวลา

6.ทำได้ทุกสายอาชีพธุรกิจออนไลน์เป็นงานที่เปิดกว้าง ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ และมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จกับการทำธุรกิจเหล่านี้ รวมถึงนักเรียนนักศึกษาที่อยากจะมีรายได้เสริม ก็สามารถเริ่มลงมือได้

7.สร้างรายได้มากกว่างานประจำเรื่องนี้คือเรื่องจริง พนักงานประจำบางคนขายของออนไลน์เป็นอาชีพเสริม ก็สามารถมีรายได้หลักแสน-หลักล้านได้ แต่จะต้องตั้งใจเรียนรู้ ลงมือทำอย่างจริงจัง ทำธุรกิจออนไลน์ เสมือนหนึ่งว่านี่คือการทำงานประจำ ทำพลาดก็กลัวโดนไล่ออก ทำดีก็ได้ขึ้นเงินเดือน (รายได้)

ทำการตลาด

โปรโมทบน Facebook อย่างไร? ให้คนรู้จักมากขึ้น

โปรโมท Facebook ให้คนรู้จักด้วยขั้นตอนง่ายๆ
การทำธุรกิจ หรือการเปิดร้านค้าออนไลน์บน Facebook ถือว่าเป็นช่องทางที่นิยมกันมาอย่างต่อเนื่องหลายปีจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้จำนวนของพ่อค้าแม่ขายบน Facebook เพิ่มมากขึ้นทุกวัน และถ้าหากว่าคุณกำลังเริ่มต้นทำการลงทุนในช่องทางนี้ท่ามกลางคู่แข่งขันที่มากหน้าหลายตา คุณก็จำเป็นต้องมีความรู้ หรือเทคนิคดีๆ

1. บอกคนรู้จัก
การบอกคนรู้จักก็ถือเป็นการทำการตลาดโดยการใช้เทคนิคการตลาดแบบปากต่อปาก ที่จัดว่าเป็นวิธีที่ได้ผลดีมาเนิ่นนาน เมื่อคุณได้เปิดเฟสบุ๊คแฟนเพจเป็นของตัวเอง คุณก็ไม่ควรพลาดที่จะงัดกลยุทธ์นี้มาใช้ ด้วยการบอกต่อกับบรรดาเพื่อนๆ หรือคนรู้จักของคุณให้เข้ามากดไลค์ กดติดตามเพื่อสร้างพื้นฐานของความน่าเชื่อถือให้กับเพจของคุณก่อน

2. ปรับแต่ง URL ของ Facebook
หลังจากที่คุณสามารถหาคนมากดไลค์ กดติดตามแฟนเพจของคุณได้แล้ว หากจำนวนของคนที่กดไลค์เกิน 25 คน ทางเฟส บุ๊คจะอนุญาตให้คุณเปลี่ยน URL ใหม่ได้ ซึ่งข้อดีของขั้นตอนนี้ก็คือ คุณสามารถสร้าง URL ที่ง่ายต่อการจดจำขึ้นมาเองได้ โดยตัว URL ที่คุณสร้างนั้น จะต้องบ่งบอกถึงสิ่งที่คุณกำลังทำไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ หรือสินค้าได้อย่างชัดเจน

3. โปรโมทผ่าน Email
การโปรโมทผ่านอีเมลนับว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งคุณสามารถนำมาใช้ในการแนะนำเฟสบุ๊คแฟนเพจของคุณให้กับผู้อื่นรู้จักได้ง่ายๆ ด้วยการส่งข้อความเชิญชวนที่กระชับสั้นได้ใจความ พร้อมแนบ URL แฟนเพจเพื่อส่งไปยังผู้ใช้งานอีเมลที่คุณมีอยู่ในรายชื่อผู้ติดต่อทุกคน ให้ทราบถึงการมีตัวตนของเฟสบุ๊ค หรือแฟนเพจของคุณมากขึ้น

4. โปรโมทผ่าน Youtube
วิธีการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีวิดีโอ หรือผู้ที่กำลังคิดจะทำวิดีโอเพื่อโปรโมทแฟนเพจเฟสบุ๊คของตัวเองบน Youtube อยู่เพราะคุณสามารถทำการแนบ URL ของแฟนเพจลงไปในท้ายวิดีโอที่คุณได้ทำการ โปรโมท หรือใส่ URL ของแฟนเพจไว้ใต้วิดีโอ สำหรับกรณีที่ผู้ชมเกิดดูวิดีโอไม่จบแต่ต้องการดู หรือติดตามในตอนต่อๆ ไป

5. โปรโมทผ่าน Twitter
ในกรณีที่จะทำการโปรโมทเฟสบุ๊คแฟนเพจผ่าน Twitter คุณก็ต้องมีแอคเคาท์ของทวิตเตอร์เสียก่อน หากมีแล้วก็ทำการใช้สิ่งนี้ให้เป็นประโยชน์ ด้วยการใส่ URL ของเฟสบุ๊คแฟนเพจของคุณลงไปในส่วนของข้อมูลส่วนตัวที่จะแสดงขึ้นมาเมื่อมีคนกดดูโปรไฟล์ของคุณ หรือการแนบ URL เฟสบุ๊คแฟนเพจของคุณลงไปด้วยในข้อความที่คุณทำการทวีตออกไป เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้คนได้รับรู้การมีตัวตนของเพจมากขึ้น

6. ซื้อโฆษณาใน Facebook
การซื้อโฆษณาใน Facebook เพื่อทำการโปรโมทแฟนเพจของตัวเอง ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ไม่แย่มากนัก แต่อาจจะต้องแลกด้วยเม็ดเงินซักเล็กน้อยในการทำโฆษณา ซึ่งการทำโฆษณาบนเฟสบุ๊คนั้นมีข้อดีในเรื่องของการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ที่จะทำการแสดงโฆษณาได้อย่างตรงจุด จากการกำหนดคุณสมบัติของลูกค้าได้ในหลายๆ จุด

7. ให้ลูกเพจช่วยแชร์ลิงก์ Fanpage
เป็นการขอให้ผู้ติดตามช่วยแชร์ลิงก์แฟนเพจไปสู่หน้าโปรไฟล์ของตัวเอง นับว่าเป็นการทำการโปรโมทอย่างชาญฉลาด ที่จะทำให้ผู้คนอีกเป็นจำนวนมากมีโอกาสที่จะได้รู้จักเพจของคุณมากขึ้น หากการแชร์ถูกส่งต่อไปเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องก็ยิ่งทำให้โอกาสในการเพิ่มจำนวนผู้ติดตามเพิ่มมากขึ้นไปด้วย

8. ใช้ Google Adwords
การใช้ Google Adwords คือการทำโฆษณากับกูเกิล ที่จะเกิดค่าใช้จ่ายก็ต่อเมื่อมีคนคลิกเข้าชมโฆษณาเท่านั้น โดยการทำโฆษณากับทาง Google Adwords จะส่งผลดีให้กับเพจของคุณเป็นอย่างมาก เพราะการทำโฆษณาผ่านกูเกิลจะเป็นการทำให้โฆษณาแสดงผลออกมา เมื่อเกิดการค้นหาผ่านการเสิร์ช ซึ่งเป็นการเข้าหาข้อมูลได้อย่างตรงจุด ในขณะที่ผู้ค้นหาเกิดความต้องการมากที่สุด โดยสิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรลืมในการทำโฆษณากับกูเกิล ก็คือการกำหนดคีย์เวิร์ดที่ต้องกำหนดให้ตรงกับเนื้อหาของเพจคุณให้มากที่สุด

ทำการตลาด

เทคนิคทำการตลาดออนไลน์ ลองเลย

ฝากเจ้าของกิจการทุกท่าน กับ 4 เทคนิคการทำการตลาดออนไลน์ในยุคปัจจุบัน เพื่อเป็นแนวทางในการทำ การตลาด ออนไลน์ ทำให้แบรนด์เป็นเป็นที่รู้จักมากขึ้น และมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไปดูกันเลยจ้า

1. Influencer Marketing
Influencer คือ ผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่หลักหมื่น ไปจนถึงหลังล้านเลยก็ว่าได้
ซึ่งการนำสินค้าไปให้ Influencer ช่วยในการทำ การตลาด นั้น ก็ถือว่า Effective สุดๆในยุคนี้เลย แต่การที่แบรนด์จะเลือกใช้ Influencer คนไหนนั้น ก็ต้องคำนึงถึงสินค้าด้วยว่า มันตรง Target ของ Influencer นั้นหรือไม่
ยกตัวอย่างเช่น มีร้านกาแฟเปิดใหม่ ตกแต่งร้านได้สวยงาม ดูมีกิมมิค น่าถ่ายรูป แต่ดันอยู่ในทำเลที่คนเข้าถึงยาก จึงเลือกใช้ Influencer สายตระเวนชิม หรือสายท่องเที่ยว มาช่วยแนะนำร้านเพื่อให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่า Influencer หรือ Blogger นั้น ย่อมมีอิทธิพลต่อผู้ที่ติดตาม และทำให้ผู้ติดตามเกิดความสนใจแบรนด์ ไปจนถึงการซื้อสิ้นค้าได้ไม่ยากเลย

2. Review
นอกจาก Influencer Marketing ที่จะทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักมากขึ้นแล้ว การตลาด ผ่านการรีวิวจากผู้ใช้จริง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ เพราะมันจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าได้เป็นอย่างดี
ยกตัวอย่างเช่น มีลูกค้ารู้จักและเกิดความสนใจในสินค้าของคุณผ่านทาง Influencer แล้ว แน่นอนว่าพวกเขาจะต้อง Search หาข้อมูลสินค้าของคุณ ว่าสินค้านี้เป็นอย่างไร ใช้แล้วดีไหม มีคนพูดถึงสินค้าไปในทางที่ดีหรือไม่ ซึ่งจุดนี้แหละเป็นจุดตัดสินใจสำคัญของลูกค้าที่จะตัดสินใจไปต่อหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับสินค้าของคุณสามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้่มากน้อยเพียงใด

3. Promotion
แน่นอนว่าถ้าอยากกระตุ้นยอดขาย ก็ต้องมี Promotion ลด แลก แจก แถม กันหน่อย ไม่ว่าจะเป็นการร่วมสนุกกิจกรรมในเพจแล้วได้รางวัล, ซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์แล้วได้คูปองส่วนลด หรือ ส่งสินค้าฟรีตั้งแต่ชิ้นแรก ก็ขึ้นอยู่กับสินค้าว่าจะทำ Promotion แบบไหนได้บ้าง
แต่การทำ Promotion ก็ไม่ควรทำบ่อยจนเกินไป เพราะมันจะทำให้ลูกค้าติด โปรฯ ซึ่งลูกค้าจะรู้สึกไม่อยากซื้อสินค้าตอนที่ไม่มี Promotion แต่จะรอจนกว่าแบรนด์จัด Promotion ถึงจะซื้อ นั่นถือว่าเป็นผลเสียร้ายแรงต่อแบรนด์ในระยะยาวได้เลย

4. Website
ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่า เว็บไซต์เป็นพื้นฐานในการทำการตลาดออนไลน์ไปเสียแล้ว เพราะยุคนี้ ใครๆก็เข้าไปหาสินค้าหรือบริการผ่าน Google กันทั้งนั้น ซึ่งร้านค้าไหนที่ไม่ได้ทำเว็บไซต์ ก็ไม่สามารถทำโฆษณาผ่าน Google AdWords ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นเท่ากับว่าร้านค้านั้นเสียโอกาสทำเงินไปอย่างมากมายมหาศาล
ที่สำคัญไปกว่านั้น เว็บไซต์ยังเป็นตัวบ่งบอกถึง Brand Identity ให้กับลูกค้า ที่เข้ามายังหน้าเว็บไซต์แล้วเกิดความรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของเขา ซึ่งเว็บไซต์ที่สามารถ Serve ความเป็น Unique ตรงนี้ให้กับลูกค้าได้ ก็มีโอกาสที่จะสามารถปิดการขายผ่านหน้าเว็บไซต์ได้เองโดยที่ไม่ต้องทำอะไรให้เหนื่อยเลย เพราะระบบเว็บไซต์สมัยนี้ก็มีระบบชำระเงินผ่านหน้าเว็บไซต์ ซึ่งอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าเป็นอย่างมาก และในส่วนของธุรกิจเอง ก็สามารถบริหารจัดการสินค้าได้อย่างเป็นระบบมากขึ้นอีกด้วย

ทำการตลาด

เรื่องสำคัญที่มีผลต่อการทำ SEO

SEO นั้นมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นคำศัพท์ และรายละเอียดเชิง โครงสร้าง เทคนิคคอลที่ผู้เริ่มศึกษาอ่านแล้วอาจจะเข้าใจได้ยาก แต่ถ้าให้จัดกลุ่มกันจริงๆ แล้ว เรื่องของ SEO มีทั้งหมดอยู่ 3 เรื่องใหญ่ๆ เท่านั้นที่จะต้องทำ

1.โครงสร้างของเว็บไซต์ (Structure)
คือการวางโครงสร้างของเว็บไซต์รวมถึงหน้าตาในเว็บไซต์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ Google แนะนำ ยกตัวอย่างเช่น รูปแบบ URL, meta title, meta description เป็นต้น เรื่องนี้ถ้าเป็นเว็บที่เขียนขึ้นเองอาจจะต้องอาศัยดีเวลอปเปอร์และคนที่เข้าใจ SEOมาทำงานร่วมกันตั้งแต่ตอนเริ่มต้นทำเว็บไซต์จะดีมาก แต่ถ้าใช้ระบบ CMS เช่น WordPress, Joomla หรืออื่นๆ เราแทบไม่ต้องทำเรื่อง โครงสร้างเว็บไซต์เลย เพราะเว็บกลุ่มนี้ถูกออกแบบให้ซับพอร์ทเรื่อง SEO มาค่อนข้างดีแล้ว (โดยเฉพาะ WordPress ซึ่งถือเป็น CMS ที่ประทับใจเป็นการส่วนตัว) เมื่อเว็บไซต์มีโครงสร้างที่ดีแล้ว ทั้ง Google และผู้อ่าน ก็จะสามารถอ่านและทำความเข้าใจเว็บไซต์เราได้ดี การเก็บข้อมูลของ Google ก็จะเก็บได้อย่างครบถ้วนและตรงกับสิ่งที่เราต้องการนำเสนอ สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องของคำแนะนำการปรับปรุงโครงสร้างเว็บไซต์สามารถดาวน์โหลดเอกสารของ Google ได้ที่ลิงค์นี้ Google SEO

2.เนื้อหาบนเว็บไซต์ (Content)
เรื่องนี้สำหรับคนทำ SEO แล้วถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด เพราะต่อให้ โครงสร้าง เว็บไซต์จะดีเท่าไร ถ้าเนื้อหาไม่ดี หรือมีเนื้อหาน้อยมากแล้ว ก็ไม่มีทางที่จะช่วยเพิ่มจำนวนคนที่เข้าเว็บไซต์ให้เติบโตขึ้นได้ ประเด็นหลักๆ ของการทำเนื้อหานั้น คือเนื้อหาจะต้องสดใหม่ และไม่ได้เกิดจากการ Copy มาหรือเอา content ของเว็บไซต์อื่นมาดัดแปลงทำซ้ำ เพราะเมื่อไรก็ตามที่เนื้อหาของเว็บเราไปซ้ำกับเว็บอื่นๆ หรือมีเนื้อหาที่ใกล้เคียงมากๆ จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า duplicated content ซึ่งเป็นสิ่งที่ Google ไม่ต้องการ และจะส่งผลให้อันดับของเว็บไซต์นั้นลดลงอีกด้วย แล้วเนื้อหาที่ดีคืออะไร? เรื่องนี้ความจริงทุกคนก็น่าจะเข้าใจกันอยู่แล้วว่าเนื้อหาควรจะต้องเป็นอย่างไร พูดง่ายๆ ก็คือเนื้อหาที่ดีคือเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ ตรงกับความต้องการของผู้อ่าน เวลามีคนเข้ามาอ่านแล้ว อ่านจนจบและใช้เวลาอยู่กับหน้านั้นนานๆ นั่นเอง

3.การลิงค์และอ้างอิงจากเว็บไซต์อื่นๆ (Backlinks)
การมีลิงค์จากเว็บข้างนอกที่ลิงค์กลับมาที่เว็บไซต์เรา หรือสิ่งที่คนทำ SEO เรียกกันติดปากว่า การทำ Backlinks เป็นอีกหนึ่งปัจจับที่มีผลโดยตรงกับอันดับของเว็บไซต์เช่นกัน การที่มี Backlinks ส่งกลับมาที่เว็บไซต์ของเรามากๆ เป็นการบอก Google ว่าเว็บไซต์ของเรามีความน่าเชื่อถือ จึงมีเว็บอื่นๆ ให้เครติต และทำการอ้างอิง (reference) กลับมาให้ แต่การสร้าง Backlink นั้นก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้ทำง่ายๆ (ถ้าไม่นับการใช้เงินซื้อ) เพราะการที่จะมีเว็บไซต์ใดทำลิงค์กลับมาให้นั้นต้องเกิดจากการมีเนื้อหาที่ดี และเว็บไซต์อื่นๆ เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านของเขาด้วย ดังนั้นเรื่องของการทำ Backlink จึงเป็นวิธีการที่คนทำ SEO สายดำนิยมกันมาก และต่อเนื่องไปจนถึงการมีบริษัทรับทำ SEO จากการสร้าง Backlink เกิดขึ้นมากมาย แต่ก็มีหลายๆที่ใช้วิธีการสร้าง Backlink ที่ไม่ถูกต้อง ผิดหลักเกณฑ์ของ Google ใครที่ติดตามข่าวเรื่อง SEO มาตลอด จะทราบว่าช่วงหลังมานี้มีบริษัทเจ้าของ Link Network รวมถึงลูกค้าที่ใช้บริการในต่างประเทศโดนแบนจาก Google ไปจำนวนไม่น้อย เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้ดีหากจะว่าจ้างบริษัทรับทำ SEO

รับทำ SEO